- จัดมุมพักที่สงบและมีของจำเป็นครบก่อนสัตว์เลี้ยงมาถึง
- เก็บยา สารเคมี สายไฟ ของชิ้นเล็ก และอาหารคนที่อาจเป็นอันตรายให้พ้นมือ
- นัดตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เพื่อวางแผนวัคซีน ป้องกันปรสิต และโภชนาการตามตัวจริง
1. เลือกสัตว์เลี้ยงให้เข้ากับชีวิตจริง
ก่อนตัดสินใจ ให้ประเมินเวลาที่อยู่บ้าน พื้นที่ ค่าใช้จ่ายระยะยาว การเดินทาง สมาชิกในครอบครัว และสัตว์ตัวเดิมในบ้าน ไม่ควรเลือกจากหน้าตาเพียงอย่างเดียว เพราะระดับพลังงาน ขนาดเมื่อโตเต็มวัย การดูแลขน และนิสัยต่างกันมากในแต่ละตัว
2. ทำพื้นที่ปลอดภัยสำหรับช่วงแรก
เตรียมห้องหรือมุมที่เงียบ มีน้ำสะอาด ที่นอน จุดขับถ่าย และที่หลบพัก สัตว์เลี้ยงใหม่อาจยังไม่พร้อมสำรวจทั้งบ้านทันที การเริ่มจากพื้นที่เล็กและค่อย ๆ ขยายช่วยลดความเครียดและทำให้สังเกตพฤติกรรมได้ง่าย
3. เก็บสิ่งเสี่ยงออกจากระดับที่เข้าถึงได้
- ยาและผลิตภัณฑ์ของคน
- น้ำยาทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง และสารเคมี
- สายไฟ เชือก ยางรัด ของเล่นชิ้นเล็ก และถุงพลาสติก
- อาหารคนที่ไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง
- ต้นไม้หรือดอกไม้ที่อาจเป็นพิษต่อสัตว์ชนิดนั้น
4. ของที่ควรมีวันแรก
- อาหารชนิดเดิมที่สัตว์คุ้นเคยอย่างน้อยช่วงแรก
- ชามอาหารและน้ำที่ล้างง่าย
- สายจูง ฮาร์เนส กรงหรือกระเป๋าที่เหมาะกับขนาด
- ที่นอน ผ้าห่ม และของเล่นที่ปลอดภัย
- อุปกรณ์ทำความสะอาด จุดขับถ่าย หรือกระบะทรายตามชนิดสัตว์
5. อย่ารีบเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน
ช่วง 2–3 วันแรกควรให้เวลาปรับตัว ลดแขก ลดเสียงดัง และคงเวลาอาหารให้สม่ำเสมอ หากต้องเปลี่ยนอาหาร ควรค่อย ๆ เปลี่ยนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือฉลากอาหารแทนการเปลี่ยนทันที
6. วางแผนตรวจสุขภาพตั้งแต่ต้น
นำประวัติวัคซีน ถ่ายพยาธิ ยาที่ใช้อยู่ และข้อมูลโรคเดิมไปให้สัตวแพทย์ตรวจทบทวน เพื่อจัดแผนดูแลที่เหมาะกับอายุ สุขภาพ พื้นที่อยู่อาศัย และความเสี่ยงของสัตว์แต่ละตัว
